ขอเชิญร่วมแบ่งปันความคิดเห็น เพื่อการพัฒนาการให้บริการที่ดียิ่งขึ้น
การพัฒนาระบบสุขภาพของประเทศไทยที่ผ่านมาอยู่ภายใต้กรอบทิศทางของแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ซึ่งกำหนดการพัฒนาประเทศอย่างบูรณาการ โดยเน้นการเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์และการยกระดับคุณภาพบริการสาธารณะ ควบคู่กับความยั่งยืนของระบบสังคมและเศรษฐกิจ และในมิติด้านสุขภาพ แผนยุทธศาสตร์ชาติด้านสาธารณสุข 20 ปี ได้กำหนดเป้าหมายความเป็นเลิศ 4 ด้าน ได้แก่ การส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค การบริการ บุคลากร และการบริหารจัดการ โดยมีระบบสุขภาพปฐมภูมิเป็นฐานรากสำคัญของโครงสร้างบริการสุขภาพ เนื่องจากเป็นจุดเชื่อมโยงการดูแลประชาชนในระดับครัวเรือน ชุมชน และเครือข่ายบริการที่ต่อเนื่อง
สถานการณ์ทางระบาดวิทยาและประชากรศาสตร์ของประเทศได้เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ การเข้าสู่สังคมสูงอายุอย่างสมบูรณ์ การเพิ่มขึ้นของโรคไม่ติดต่อเรื้อรังและโรคจากพฤติกรรมสุขภาพที่ไม่เหมาะสมส่งผลให้ความต้องการใช้ยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพเพิ่มสูงขึ้น ขณะเดียวกันการเข้าถึงข้อมูลและผลิตภัณฑ์สุขภาพผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล ทำให้ประชาชนมีโอกาสใช้ยาอย่างไม่เหมาะสมมากขึ้น ปัญหาความเสี่ยงด้านความปลอดภัยจากการใช้ยาและปัญหาการใช้ยาเกินความจำเป็น จึงกลายเป็นประเด็นเชิงระบบที่ต้องได้รับการจัดการอย่างจริงจัง สอดคล้องกับแผนพัฒนาสุขภาพแห่งชาติ ฉบับที่ 13 ที่มุ่งเน้นการเสริมสร้างระบบสุขภาพเชิงป้องกัน การดูแลแบบองค์รวม และความต่อเนื่องของบริการ รวมทั้งแผนปฏิบัติการด้านการพัฒนาระบบยาแห่งชาติ ที่ผลักดันการใช้ยาอย่างสมเหตุผลและการพัฒนาระบบสารสนเทศยาแบบบูรณาการในทุกระดับบริการ
แม้ภาครัฐได้กำหนดเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนเภสัชกรปฐมภูมิจาก 1:30,000 เป็น 1:10,000 เพื่อรองรับภารกิจดังกล่าว แต่ข้อมูลกำลังคนสะท้อนว่าจำนวนผู้ปฏิบัติงานจริงยังต่ำกว่ากรอบอัตรากำลังอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้ภาระงานด้านการจัดการยา การติดตามผลการใช้ยา และการคุ้มครองผู้บริโภคในระดับชุมชนยังไม่ครอบคลุมอย่างทั่วถึง ช่องว่างเชิงโครงสร้างดังกล่าวจำเป็นต้องได้รับการแก้ไขผ่านการผลิตกำลังคนที่มีสมรรถนะเฉพาะด้านเภสัชกรรมปฐมภูมิ ซึ่งสามารถบูรณาการบทบาททางคลินิก งานสาธารณสุข และการบริหารจัดการระบบยาเข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ
ภายใต้วิสัยทัศน์ “World Class University for Primary Care” สถาบันพระบรมราชชนก จึงมีพันธกิจในการผลิตบัณฑิตด้านสุขภาพที่ตอบสนองความต้องการของระบบบริการปฐมภูมิทั่วประเทศ การจัดตั้งคณะเภสัชศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก จึงมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาหลักสูตรที่มีอัตลักษณ์ด้านเภสัชกรรมปฐมภูมิ โดยยังคงอยู่ในสาขาการบริบาลทางเภสัชกรรม แต่เพิ่มความเข้มแข็งด้านการจัดการปัญหายาในระดับชุมชน การดูแลผู้ป่วยโรคเรื้อรังแบบต่อเนื่อง การทำงานเชิงรุกในพื้นที่ และการใช้ข้อมูลสุขภาพเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจและแก้ปัญหาเชิงระบบ
เภสัชศาสตรบัณฑิตที่สำเร็จการศึกษาจะมีสมรรถนะในการบริบาลทางเภสัชกรรมทั้งในโรงพยาบาลและชุมชน สามารถเป็นกำลังหลักของหน่วยบริการสุขภาพปฐมภูมิ หรือเชื่อมโยงการปฏิบัติงานในร้านยากับเครือข่ายบริการสุขภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีความเชี่ยวชาญในงานเภสัชกรรมปฐมภูมิ บูรณาการองค์ความรู้ทางเภสัชศาสตร์ สร้างสรรค์วิจัยเพื่อพัฒนางานและแก้ปัญหาในระบบสุขภาพปฐมภูมิ เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงและร่วมสร้างสุขภาวะชุมชนอย่างยั่งยืน มีคุณธรรมตามพระราชปณิธานของสมเด็จพระบรมราชชนก ให้บริการด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์ ใฝ่เรียนรู้ตลอดชีวิต และสามารถเป็นที่พึ่งด้านสุขภาพแก่ชุมชน ช่วยลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการด้านยา เสริมสร้างความปลอดภัยและความสมเหตุสมผลในการใช้ยา เพื่อให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน
โครงการจัดตั้งคณะเภสัชศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก
Project for the Establishment of the Faculty of Pharmacy, Praboromarajchanok Institute
ณ วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดชลบุรี 29 หมู่ 4 ถนนวชิรปราการ ตำบลบ้านสวน อำเภอเมือง
จังหวัดชลบุรี 20000 ติดต่อ 038-459-497 ต่อ 1803 (วัน และ เวลาราชการ)