ขอเชิญร่วมแบ่งปันความคิดเห็น เพื่อการพัฒนาการให้บริการที่ดียิ่งขึ้น
สถาบันพระบรมราชชนก ภายใต้วิสัยทัศน์ "World Class University for Primary Care" มียุทธศาสตร์ด้านการผลิตกำลังคนด้านสุขภาพที่มีคุณภาพตามมาตรฐานสากลสอดคล้องกับความต้องการของ ระบบสุขภาพ ชุมชน สังคม ประกอบกับสถาบันพระบรมราชชนกได้รับมอบหมายจากกระทรวงสาธารณสุข ตามโครงการผลิตแพทย์และทีมนวัตกรรมสุขภาพเพื่อเวชศาสตร์ครอบครัวตอบสนองต่อระบบสุขภาพปฐมภูมิ ทั่วไทย (9 หมอ) ซึ่งมีเป้าหมายในการผลิตแพทย์ ทันตแพทย์ เภสัชกร พยาบาล และบุคลากรด้านสาธารณสุข ในระยะเวลา 10 ปี พ.ศ. 2568-2577 ซึ่งเภสัชกรที่ผลิตในโครงการนี้เป็นเภสัชกรด้านเภสัชกรชุมชน ที่ปฏิบัติงานในระบบสุขภาพปฐมภูมิ จึงได้ออกแบบหลักสูตรเภสัชศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการบริบาลทาง เภสัชกรรม ที่เน้นด้านเภสัชกรรมปฐมภูมิ เพื่อผลิตบัณฑิตที่มีอัตลักษณ์ในการทำงานร่วมกับชุมชน สามารถ ตอบสนองความต้องการของระบบสุขภาพปฐมภูมิได้อย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนา ระบบสุขภาพของประเทศที่ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพเชิงรุกและการส่งเสริมสุขภาพในชุมชนมากยิ่งขึ้น หลักสูตรนี้ยังคงอยู่ในสาขาการบริบาลทางเภสัชกรรม เพื่อให้ผู้สำเร็จการศึกษาสามารถปฏิบัติงานบริบาลเภสัช กรรมในโรงพยาบาล ชุมชน และเป็นผู้รับผิดชอบหลักที่ปฏิบัติงานเภสัชกรรมปฐมภูมิ หรือนำองค์ความรู้ด้าน เภสัชกรรมปฐมภูมิมาใช้เพื่อเป็นเภสัชกรชุมชนปฏิบัติงานในร้านยา
ปัจจุบันประเทศไทยกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญทั้งด้านเทคโนโลยีและโครงสร้างทาง สังคม ซึ่งส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อระบบสาธารณสุขของประเทศ ในด้านเทคโนโลยีมีการพัฒนาอย่าง ก้าวกระโดดทั้งในด้านกายภาพ ดิจิทัล และชีวภาพ เห็นได้จากการนำหุ่นยนต์จัดยาอัตโนมัติมาใช้ใน โรงพยาบาล การประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ในการวินิจฉัยโรค และการพัฒนาการแพทย์แม่นยำที่สามารถรักษา ผู้ป่วยได้จำเพาะเจาะจงมากขึ้น ประกอบกับสังคมไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มตัว ก่อให้เกิด ช่องว่างระหว่างวัยและความท้าทายในการดูแลสุขภาพของผู้สูงอายุ โดยเฉพาะปัญหาการใช้ยาที่ซับซ้อนขึ้น เนื่องจากผู ้สูงอายุที่มีการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพตามวัย เช่น ปัญหาสายตา การได้ยิน และความจำ มีโรค ประจำตัวหลายโรคที่ต้องใช้ยาหลายชนิดร่วมกันส่งผลต่อความร่วมมือในการใช้ยา ประกอบกับสังคมไทย ในปัจจุบันเป็นครอบครัวเดี่ยว บุตรหลานไปศึกษาหรือทำงานในเมือง ส่งผลให้ผู้สูงอายุอยู่ในชุมชนเพียงลำพัง การมีเภสัชกรที่ทำงานในชุมชนจะสามารถตรวจสอบการใช้ยา ให้คำแนะนำ ปรับแผนการใช้ยา และลดความ เสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับยาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ให้คำแนะนำเกี่ยวกับอาหารเสริม สมุนไพร หรือผลิตภัณฑ์สุขภาพ ที่ผู้สูงอายุใช้ และทำงานร่วมกับทีมสหวิชาชีพ เช่น แพทย์และพยาบาล ในการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ตลอดจนสามารถส่งเสริมสุขภาพและดูแลสุขภาพเชิงรุก เพื่อช่วยลดภาระและค่าใช้จ่ายของโรงพยาบาล ซึ่งเป็น บทบาทของเภสัชกรที่สำคัญต่อการดูแลคุณภาพชีวิตและความปลอดภัยของผู้สูงอายุในระยะยาว
การพัฒนาระบบสาธารณสุขของไทยยังสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนมุ่งส่งเสริมสุขภาวะ ที่ดีสำหรับประชาชนทุกช่วงวัย โดยมีการดำเนินการในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับบุคคลไปจนถึงระดับประเทศ ครอบคลุมทั้งการดูแลรักษาสุขภาพ การป้องกันโรค การกระจายบุคลากรทางการแพทย์ และการพัฒนาระบบ บริการสุขภาพที่ทันสมัยและเข้าถึงได้ รวมถึงการเตรียมความพร้อมรับมือกับภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุข ไม่ว่า จะเป็นโรคติดต่อ โรคไม่ติดต่อ โรคอุบัติใหม่ อุบัติเหตุ และสาธารณภัยต่างๆ ซึ่งล้วนส่งผลต่อพฤติกรรมการ ใช้ยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพ
ด้วยความท้าทายและการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ ระบบสาธารณสุขไทยจำเป็นต้องปรับตัวและพัฒนา อย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับความต้องการของประชาชนทุกกลุ่มวัย และก้าวทันการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่ เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว การผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีสมัยใหม่และการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมจะเป็นกุญแจ สำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนไทยในอนาคต
จากข้อมูลดังกล่าวข้างต้น มีความคิดเห็นต่อการจัดตั้งคณะเภสัชศาสตร์ และการเปิดหลักสูตร เภสัชศาสตรบัณฑิต สาขาการบริบาลทางเภสัชกรรม ไปในแนวทางเดียวกันว่าในการจัดทำหลักสูตร เภสัชศาสตรบัณฑิตของสถาบันพระบรมราชชนก ควรมีการสร้างจุดเน้นที่เป็นเอกลักษณ์และมีความแตกต่าง จากหลักสูตรเภสัชศาสตรบัณฑิตที่มีอยู่ในปัจจุบัน เน้นการผลิตบัณฑิตที่ตอบสนองการให้บริการเภสัชกรรม ในระบบสุขภาพปฐมภูมิที่สามารถเข้าไปส่งเสริมการใช้ยาอย่างสมเหตุผล การจัดการปัญหาที่เกี่ยวเนื่องกับการ ใช้ยาในชุมชนที่เน้นการจัดการเชิงรุกตามบริบทพื้นที่ สอดคล้องกับแนวทางการกระจายอำนาจและแผนพัฒนา การสาธารณสุขของประเทศ ที่สามารถช่วยเพิ่มการเข้าถึงยาของประชาชน ช่วยลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึง บริการสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ห่างไกล รวมทั้งสามารถจัดการบริการทางเภสัชกรรมที่ตรงตามสภาพ ปัญหา บริบท และความต้องการด้านสุขภาพของประชาชนในชุมชนได้อย่างแท้จริง ช่วยเติมเต็มช่องว่างของ งานด้านเภสัชกรรมปฐมภูมิ โดยสมรรถนะของเภสัชกรที่จะทำงานในระบบสุขภาพปฐมภูมินั้น ควรจะสามารถ ประยุกต์ใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์สุขภาพและสังคมศาสตร์ และองค์ความรู้ด้านเภสัชกรรมในสาขาต่างๆ ทั้ง ในการให้บริบาลทางเภสัชกรรมและการบริการเภสัชกรรมปฐมภูมิ สามารถจัดการระบบยาและผลิตภัณฑ์ สุขภาพ ตลอดจนวิจัยเพื่อพัฒนาและแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวเนื่องกับงานด้านเภสัชกรรมปฐมภูมิ ผ่านกระบวนการ คิด วิเคราะห์ มีทักษะด้านดิจิทัลและการสื่อสาร มีภาวะผู้นำ สามารถทำงานร่วมกับสหวิชาชีพ เห็นคุณค่า ในตนเองและผู้อื่น ยึดมั่นในจรรยาบรรณวิชาชีพ และให้บริการสุขภาพด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์ ซึ่งได้นำ ข้อมูลทั้งหมดมาจัดทำผลลัพธ์การเรียนรู้ของหลักสูตร
แผนยุทธศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก
ยุทธศาสตร์ที่ ๑ ยกระดับการศึกษาด้านเภสัชกรรมปฐมภูมิมุ่งสู่ความเป็นเลิศ
เป้าประสงค์ที่ ๑ ขับเคลื่อนการศึกษาด้านเภสัชศาสตร์ที่ตอบสนองต่อระบบสุขภาพปฐมภูมิ
กลยุทธ์ ๑.๑ พัฒนาหลักสูตร เภสัชกรรมปฐมภูมิที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล
เป้าประสงค์ที่ ๒ พัฒนารูปแบบการจัดการเรียนการสอนเพื่อสร้างบุคลากรด้านเภสัชกรรมปฐมภูมิ และทะนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมไทย
กลยุทธ์ ๑.๒ พัฒนาการจัดการศึกษาและ สมรรถนะอาจารย์ในการจัดการศึกษาด้านเภสัชกรรมปฐมภูมิ
กลยุทธ์ ๑.๓ พัฒนานักศึกษาให้มีสมรรถนะการเป็นผู้นำด้านการจัดการเภสัชกรรมปฐมภูมิ
กลยุทธ์ ๑.๔ บูรณาการการเรียนการสอนกับการทะนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมด้านภูมิปัญญาสุขภาพ
ยุทธศาสตร์ที่ ๒ ยกระดับการวิจัยและสร้างนวัตกรรมด้านเภสัชกรรมเพื่อตอบสนองระบบสุขภาพของประเทศ
เป้าประสงค์ที่ ๑ พัฒนาคุณภาพระบบสนับสนุนการผลิตผลงานวิจัยและนวัตกรรม
กลยุทธ์ ๒.๑ เร่งรัดจัดทำระบบสนับสนุนการผลิตผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่มีคุณภาพ
กลยุทธ์ ๒.๒ เร่งรัดการพัฒนาศักยภาพการผลิตผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่มีคุณภาพ
ยุทธศาสตร์ที่ ๓ บริการวิชาการและบริการสุขภาพด้านเภสัชกรรมปฐม
เป้าประสงค์ที่ ๑ สร้างศูนย์ความเป็นเลิศทางวิชาการตอบสนองระบบเภสัชกรรมปฐมภูมิ
กลยุทธ์ ๓.๑ สร้างศูนย์ความเป็นเลิศทางวิชาการทางเภสัชกรรมตอบสนองระบบสุขภาพปฐมภูมิ
เป้าประสงค์ที่ ๒ สร้างเครือข่ายการบริการวิชาการ ด้านเภสัชกรรมปฐมภูมิ ระดับชาติและนานาชาติ
กลยุทธ์ ๓.๒ แสวงหาพันธมิตรร่วมขับเคลื่อนการบริการวิชาการด้านเภสัชกรรมปฐมภูมิ
ยุทธศาสตร์ที่ ๔ มุ่งบริหารคณะเภสัชศาสตร์เป็นองค์กรสู่สมรรถนะสูง
เป้าประสงค์ที่ ๑ ผู้บริหารและบุคลากรของคณะเภสัชศาสตร์มีสมรรถนะตามที่สถาบันพระบรมราชชนก
กลยุทธ์ ๔.๑ ขับเคลื่อนระบบบริหารคณะเภสัชศาสตร์ เป็นองค์กรคุณธรรม ที่มีการบริหารจัดการสู่การเป็นองค์กรสมรรถนะสูง
โครงการจัดตั้งคณะเภสัชศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก
Project for the Establishment of the Faculty of Pharmacy, Praboromarajchanok Institute
ณ วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดชลบุรี 29 หมู่ 4 ถนนวชิรปราการ ตำบลบ้านสวน อำเภอเมือง
จังหวัดชลบุรี 20000 ติดต่อ 038-459-497 ต่อ 1803 (วัน และ เวลาราชการ)